วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551

คำถามบทที่ ๑๐

1. อธิบายความหมายของกลยุทธ์ และระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ กลยุทธ์ (Strategy) คือ แผนรวมขององค์การที่นำเอาข้อได้เปรียบและจุดเด่นในด้าน ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ และปรับลดจุดด้อย หรือเอาชนะข้อจำกัดที่มีอยู่เพื่อแสวงหาโอกาส และ หลีกเลี่ยงอุปสรรคซึ่งจะทำให้องค์การสามารถอยู่รอดเจริญเติบโตได้ในระยะยาวรวมทั้งสามารถเอาชนะคู่แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ เป็นระบบสารสนเทศใด ๆ ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบ ในการแข่งขันหรือลดความเสียเปรียบให้องค์การ

2. องค์การสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ใดได้บ้างเพื่อรับมือแรงกดดันทางการแข่งขัน
ตอบ กลยุทธ์ในการเป็นผู้นำด้านราคา (Cost Leadership Strategy)
กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy)
กลยุทธ์เน้นกลุ่มเป้าหมาย (Focus Strategy)

3. กิจกรรมของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) มีอะไรบ้าง และจงยกอย่างของระบบ สารสนเทศเชิงกลยุทธ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในแต่ละกิจกรรมตอบ กิจกรรมมีดังนี้กิจกรรมหลัก (Primary Activities)
1. การลำเลียงเข้า (Inbound Logistics)
2. การดำเนินงานหรือการผลิต (Operations)
3. การลำเลียงออก (Outbound Logistics)
4. การตลาดและการขาย (Marketing and Sales)
5.การบริการ (Services)
กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities)
1. โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท (Firm Infrastructure)
2. การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management)
3. การพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Management)
4. การจัดหา (Procrument)
ระบบสารสนเทศจะถูกนำมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายหรือเพิ่ม มูลค่าให้กับสินค้าและบริการ
ซึ่งอาจรวมถึงการสร้างสินค้าและบริการใหม่

4.กลยุทธ์ธุรกิจ(Business Strategy) กับกลยุทธ์ระบบสารสนเทศ (IS Strategy) และกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Strategy) มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอบ แผนกลยุทธ์ธุรกิจจะเป็นแนวทางในการกำหนดทิศทางของแผนกลยุทธ์ระบบสารเทศ ในขณะที่แผนกลยุทธ์ระบบสารเทศเป็นเครื่องชี้ทางแผนกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อองค์การ


5. ระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ (Interorganizational System: IOS) มีลักษณะอย่างไรและการที่สามารถเข้าดูข้อมูลในระบบได้จะมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์การ
ตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงธุรกิจขององค์การกับบริษัทพันธมิตรเข้าด้วยกัน เช่น การใช้ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์(EDI) หรือ Internet ในการเชื่อมโยงองค์การเข้ากับผู้จัดส่งวัตถุดิบในการผลิตเพื่อให้มีวัตถุเพียงพอ และในระดับที่เหมาสอกับความต้องการ ทำให้ไม่ต้องจัดเก็บวัตถุดิบไว้ในคลังมากเกินความจำเป็นซึ่งเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดก็บวัตถุดิบลง องค์การทำการเชื่อมโยงผู้จัดส่งวัตถุดิบเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศกันและสามารถทำงานร่วมกันได้ ผู้จัดส่งวัตถุดิบสามารถเข้ามาดูข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการผลิตของบริษัททางอิเล็กทรอนิกส์ได้ และ ทำการจัดวัตถุดิบให้ในเวลาที่ต้องการใช้โดยอัตโนมัต ิโดยที่องค์การไม่จำเป็นต้องออกใบสั่งซื้อ ซึ่งช่วยให้ลดขั้นตอนการดำเนินงานจากเดิม ลดการใช้กระดาษและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลงได้ทั้งองค์การและผู้จัดส่งวัตถุดิบจึงเป็นผู้รับผิดชอบในร่วมกันกา
รผลิต

ไม่มีความคิดเห็น: